Mastering Agentic Workflows – 20 Principles to Build Smarter AI Systems
This SCBX Group framework outlines 20 key principles for building smarter agentic AI systems, focusing on evaluation, context engineering, prompt design, and tool integration to improve how AI thinks and acts.

ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ (Key Insights)
- บริบท (Context) คือ “หน่วยความจำในการทำงาน” ของ AI: เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องการข้อมูลเบื้องหลังที่ถูกต้องเพื่อการตัดสินใจที่ดี AI ก็ต้องการ “บริบท” เพื่อให้ทำงานได้ดีเช่นกัน ซึ่งรวมถึงประวัติการสนทนา คำสั่งเฉพาะ และข้อมูลที่ถูกดึงมา หากคุณให้ข้อมูลที่ไม่จำเป็นมากเกินไป AI จะสับสน แต่ถ้าให้น้อยเกินไป AI ก็จะเดาและสร้างข้อมูลปลอมขึ้นมา (hallucinate)
- AI ต้องการเครื่องมือในโลกความเป็นจริงเพื่อสร้างประโยชน์: ความฉลาดของ AI จะถูกจำกัดหากมันทำได้แค่สร้างข้อความ นักพัฒนาต้องเตรียม “เครื่องมือ” เฉพาะเจาะจงให้ AI—เช่น ความสามารถในการค้นหาฐานข้อมูล อ่านรูปภาพ หรือส่งอีเมล—เพื่อให้มันสามารถโต้ตอบกับโลกภายนอกได้
- การทดสอบอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ: นักพัฒนาไม่สามารถคาดเดาได้ว่า AI ทำงานได้อย่างถูกต้องหรือไม่เพียงแค่ลองใช้งาน พวกเขาต้องสร้างระบบการประเมินผลอัตโนมัติ (Evaluation-Driven Development) เพื่อวัดความแม่นยำและความเร็วในการประมวลผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่า AI กำลังพัฒนาขึ้นจริงๆ และไม่ได้แอบสร้างข้อผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว
- การทำงานเป็นทีมทำให้ AI ฉลาดขึ้น: เมื่อเจองานที่ซับซ้อนเกินไป AI ตัวเดียวอาจรับมือไม่ไหวและสับสน ทางออกคือการใช้ Multi-Agent Workflow หรือการสร้างทีมผู้ปฏิบัติงาน AI เฉพาะทาง (เช่น ตัวหนึ่งค้นคว้า อีกตัวหนึ่งเขียน) ซึ่งถูกบริหารจัดการโดย AI ที่เป็น “ผู้ควบคุมศูนย์กลาง”
ประโยชน์ในทางปฏิบัติสำหรับผู้บริโภค (Practical Benefits for Consumers)
- ผู้ช่วยที่ลงมือทำงานให้คุณได้จริงๆ: แทนที่จะเป็นแค่ตัวตอบคำถามทั่วไป AI ในอนาคตที่สร้างจากหลักการเหล่านี้จะสามารถวางแผนการพักผ่อน จัดการการซื้อของ หรือทำหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนลูกค้าส่วนบุคคลให้คุณได้โดยอัตโนมัติ
- ลดข้อผิดพลาดและการให้ข้อมูลมั่วซั่ว (Hallucinations): เนื่องจากระบบเหล่านี้อาศัยการจัดการหน่วยความจำที่เข้มงวดและกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน แทนที่จะใช้แค่ตัวอย่างกว้างๆ ผู้บริโภคจะได้โต้ตอบกับ AI ที่มีความน่าเชื่อถือสูงและแทบจะไม่สร้างคำตอบปลอมขึ้นมา
- คุณยังคงมีอำนาจควบคุมเต็มที่: หนึ่งในหลักการที่สำคัญคือการคงให้มี “มนุษย์อยู่ในกระบวนการตัดสินใจ” (Human in the loop) ซึ่งหมายความว่าสำหรับการกระทำที่ละเอียดอ่อน เช่น การใช้จ่ายเงินหรือการส่งข้อความสำคัญ AI จะหยุดการทำงานโดยอัตโนมัติและขออนุญาตจากคุณก่อนดำเนินการต่อ
- การตอบสนองที่รวดเร็วและฉับไวขึ้น: นักพัฒนาเรียนรู้ที่จะไม่บังคับให้ AI ขนาดใหญ่ตัวเดียวทำทุกอย่าง ด้วยการแบ่งงานและใช้โมเดลขนาดเล็กที่ทำงานได้เร็วกว่าสำหรับงานง่ายๆ และใช้โมเดลที่เน้นการใช้เหตุผลสำหรับปัญหาที่ซับซ้อน ผู้บริโภคจะได้รับผลลัพธ์ที่แม่นยำโดยไม่ต้องรอนานจนหงุดหงิด
หลักการ 20 ประการสำหรับการสร้างระบบ AI ที่ฉลาดขึ้น (20 Principles to Build Smarter AI Systems)
หมวดหมู่การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยการประเมิน (Evaluation-Driven Development)
- Principle #1: ตัวชี้วัด—กำหนดสิ่งที่คุณต้องการวัด (Metrics—Define What You Want To Measure)
- Principle #2: การออกแบบกรณีทดสอบสำหรับเวิร์กโฟลว์ของเอเจนต์ (Designing Test Cases for Agentic Workflow)
- Principle #3: ยอมรับความไม่แน่นอน (Embrace The Uncertainty)
หมวดหมู่วิศวกรรมบริบท (Context Engineering)
- Principle #4: วิศวกรรมบริบทคือทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์ (Context Engineering is Both Art and Science)
- Principle #5: เริ่มต้นด้วยความตั้งใจ/เจตนา (Start with Intent)
- Principle #6: คัดสรรข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (Curate Relevant Information)
- Principle #7: ออกแบบให้เหมาะกับระดับความเข้าใจแต่ละระยะ (Design for Stages of Understanding)
หมวดหมู่วิศวกรรมพรอมต์ (Prompt Engineering)
- Principle #8: ควบคุมเวอร์ชันของพรอมต์ของคุณ (Version Control Your Prompt)
- Principle #9: ทำให้มันเรียบง่ายเข้าไว้ (Keep It Simple – KISS)
- Principle #10: ใช้แนวทางปฏิบัติมากกว่าการยกตัวอย่าง (Guidelines Over Examples)
- Principle #11: หลีกเลี่ยงข้อมูลที่ขัดแย้งกัน (Avoid Conflicting Information)
- Principle #12: ทำให้เอเจนต์รับรู้ถึงเวิร์กโฟลว์และเครื่องมือของมัน (Make the Agent Aware of Its Workflow and Tools)
หมวดหมู่การขยายความสามารถด้วยเครื่องมือ (Extends LLM Capabilities With Tools)
- Principle #13: ตั้งชื่อ, จัดทำเอกสาร, และส่งคืนค่า (Name It, Document It, Return It)
- Principle #14: ปฏิบัติต่อ LLM ในฐานะผู้แต่งกระแสการทำงาน (Treat the LLM as a Flow Composer)
- Principle #15: พูดคุยแบบเป็นธรรมชาติเมื่อเกิดข้อผิดพลาด (Be Conversational About Errors)
- Principle #16: จำไว้ว่า—เครื่องมือสามารถเป็นอะไรก็ได้ (Remember — Tools Can Be Anything)
- Principle #17: คุณต้องการเครื่องมือจริงๆ หรือไม่? (Do You Really Need Tools?)
หมวดหมู่การรวบรวมเวิร์กโฟลว์ของเอเจนต์ (Agentic Workflow: Tie It All Together)
- Principle #18: วงล้อการทำงานของเอเจนต์ (The Agent Loop)
- Principle #19: มีมนุษย์อยู่ในกระบวนการตัดสินใจ (Human in the Loop)
- Principle #20: หน่วยความจำคือสิ่งสำคัญ (Memory Matters)


